วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

10 อุโมงค์ต้นไม้สุดสวยที่ใครเห็นเป็นต้องทึ่ง


1. อุโมงค์ดอกวิสเทอเรีย ประเทศญี่ปุ่น

 
(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก toptenthailand.com)

   เห็นแล้วต้องยกนิ้วให้เลยค่ะ เพราะภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือดอกวิสเทอเรียที่บานสะพรั่งเต็มต้นเป็นม่านดอกไม้ ทั้งสีม่วงอ่อน ม่วงเข้ม ชมพู และขาว ห้อยอยู่ด้านบน เรียงกันเป็นแถวยาวไปตามเส้นทาง เมื่อเดินเข้าไปแล้วก็ให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหลงไปอยู่ในเทพนิยายยังไงยังงั้น

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก travel.kapook.com)
(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก webboard.ladytips.com)

    เราจะพบเห็นความสวยงามแบบนี้ได้ที่ สวนคาวาชิ ฟูจิ ในเมืองคิตะกิวชู หรือหลังจากเทศกาลชมซากุระในกรุงโตเกียว เมืองชิซึโอกะ และเมืองโอคาซากิ ขอบอกว่าสวยงามไม่แพ้ดอกซากุระ ขาประจำของญี่ปุ่นนะจ้ะ และเพราะความสวยงามแบบนี้แหละที่ทำให้ “อุโมงค์ดอกวิสเทอเรีย” ถูกจัดอันดับจากหลายๆโพลให้อยู่ในอันดับหนึ่งอุโมงค์ดอกไม้ที่สวยที่สุดในโลก!


2. ต้นศรีตรัง เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก toptenz.net)

    ใครที่ชื่นชอบสีม่วงต้องฟังทางนี้เลยจ้า! เพราะทุกๆเดือนตุลาคมในเมืองโจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ ต้นศรีตรังที่ปลูกไว้ในเมืองกว่า 70,000 ต้น จะพร้อมกันออกดอกบานสะพรั่งสวยงาม เกิดเป็นทิวทัศน์สีม่วงอ่อนให้คนที่ผ่านไปมาได้เพลิดเพลินกับภาพความงามเบื้องหน้า ใครมีโอกาสไปเที่ยวแถวนั้น คงต้องไปลองสัมผัสบรรยากาศกันดูสักครั้งนะคะ

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก travel.kapook.com)
(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก bloggang.com)
(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก bloggang.com)

 3. อุโมงค์แห่งรัก ประเทศยูเครน

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก unigang.com)

    ขึ้นชื่อว่าเป็นอุโมงค์แห่งรัก ก็ย่อมได้รับการขนานนามว่า “อุโมงค์รถไฟที่โรแมนติกที่สุดในโลก” เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากของยูเครน เป็นอุโมงค์ที่ทอดยาว คดเคี้ยว แต่เต็มไปด้วยความงดงามเขียวชอุ่ม เชื่อกันว่าใครที่อยากสมหวังในความรัก ต้องมาอธิษฐานขอพรกันที่นี่ คนโสดขอให้ตัวเองได้พบเนื้อคู่เร็วๆ คนมีคู่ก็ขอพรให้ความรักของตนเองยั่งยืน

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก unigang.com)
(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก unigang.com)

    “อุโมงค์แห่งรัก” ถูกสร้างขึ้นจากต้นไม้ที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเคลเว่น ที่อยู่ห่างจากอุโมงค์ถึง 25 กิโลเมตร ใครที่อยากขอพรเรื่องรัก แล้วไม่สมหวังซะที ลองมาที่นี่ดูนะคะ ไม่แน่ เผลอๆคุณอาจจะควงเนื้อคู่กลับมาเมืองไทยด้วยกันก็เป็นได้  

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก travel.kapook.com)
 

4. ป่าไผ่ซางาโนะ ประเทศญี่ปุ่น

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก world.kapook.com)

    ใครที่ชื่นชอบความสงบแนะนำที่นี่เลยค่ะ เพราะนอกจากคุณจะได้ชมความงามจากต้นไผ่ในเมืองอาราชิยาม่าที่เรียงตัวกันยาวกว่า 500 เมตรแล้ว คุณยังจะได้ยินเสียงของไผ่ตอนกระทบกัน อยากจะบอกเลยว่าสุดจะโรแมนติกและไพเราะจับใจมากค่ะ ถึงขนาดว่ารัฐบาลญีปุ่นยกย่องไว้เลยว่า ‘เป็น 100 เสียงที่ต้องได้ยินสักครั้งหากมาที่ประเทศญีปุ่น’

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก world.kapook.com)
(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก world.kapook.com)
(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก world.kapook.com)
(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก world.kapook.com)

    และใกล้ๆกันนั้น ยังติดกับวัดชื่อดังหลายแห่งของเมือง ที่นอกจากเราจะได้มาเที่ยวแล้ว ยังแวะมาไหว้พระให้สบายใจอีกด้วยแหละ มาที่เดียวแต่ได้เที่ยวตั้งหลายอย่างค้มจะตาย

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก travel.kapook.com)


 5.อุโมงค์ต้นบีช ประเทศไอร์แลนด์

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก unigang.com)

    เจอแต่อุโมงค์สวยๆ โรแมนติกกันไปแล้ว มาดูอีกแบบกันบ้างดีก่ว่า อุโมงค์ต้นบีชในประเทศไอร์แลนด์ตอนเหนือไม่เหมือนที่อื่นค่ะ ดูแปลกตาสวยงาม แต่แฝงไปด้วยเสน่ห์และความน่ากลัวที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก unigang.com)
(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก unigang.com)
(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก unigang.com)

    ที่มาของอุโมงค์แห่งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่18 เจมส์ สจ๊วต ได้ทำการปลูกต้นไม้ราว 150 ต้นตลอด 2 ข้างทางเพื่อให้ทิวทัศน์บริเวณรอบบ้านของเค้าสวยงามโดดเด่นไม่เหมือนใคร อยากให้ทุกคนจดจำ และทุกคนก็จดจำได้แม่นยำจริงๆ เพราะเป็นตำนานร่ำลือกันมาว่า อุโมงค์ต้นไม้กว่าร้อนต้นนี้ เป็นที่สิงสถิตย์วิญญาณของหญิงรับใช้ที่ตายไปอย่างลึกลับ บางครั้งหลายคนเคยพบเห็นวิญญาณของเธอปรากฏตัวในชุดสีเทา เรียกว่าทั้งสวยงามปนลึกลับ น่าขนลุกไปด้วยในเวลาเดียวกันค่ะ

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก unigang.com)


 6. อุโมงค์ต้นยิว ประเทศอังกฤษ

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก travel.kapook.com)

    ตั้งแต่ปีค.ศ. 1470 ต้นยิวนั้นถือเป็นแบบภาพวาดต้นไม้ที่สวยงาม จิตรกรมากมายใช้เป็นแบบในการวาดรูป รวมไปถึงนักเขียนที่พูดถึงต้นไม้นี้อยู่บ่อยๆในนิยายแฟนตาซี แต่ที่โดดเด่น สวยงามจนเราต้องพูดถึงนั้นคงเพราะหน้าตาที่แปลก ไม่ค่อยเห็นทีไหน จึงทำให้ได้รับความนิยมและผู้คนมากมายก็ล้วนประทับใจในความแปลกของอุโมงค์ต้นยิว ที่ประเทศอังกฤษแห่งนี้

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก toptenz.net)


7.อุโมงค์ต้นแปะก๊วย ประเทศญี่ปุ่น

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก toptenz.net)

    ญีปุ่นของเราติดอันดับอีกแล้วค่า! แต่ก็ต้องยกให้เค้าจริงๆ เพราะความสวยงามของต้นแปะก๊วยที่เหลืองบานสะพรั่งเต็มต้นยาวไปตามทางล้วนทำให้คนที่ผ่านไปมาอดรู้สึกสดชื่นไม่ได้

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก osaka-info.jp)
(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก facebook.com/Pillow36)

    ต้นแปะก๊วยนั้นถือเป็นต้นไม้ที่มีความหมายกับชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก เพราะเป็นต้นไม้สัญลักษณ์ของความหวังและชีวิตใหม่ เพราะจากการที่สามารถอยู่รอดได้หลังจากเกิดเหตุระเบิดที่ฮิโรชิม่า ทำให้อุโมงค์ต้นแปะก๊วยกลายเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์อันแสนสวยของประเทศไปเลยทีเดียวค่ะ

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก travel.kapook.com)


 8. อุโมงค์ต้นไม้สวนเวอร์มอนต์ สหรัฐอเมริกา
(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก travel.kapook.com)

    อุโมงค์แห่งนี้บ่งบอกถึงฤดูใบไม้ร่วงได้เหมาะสมที่สุด เพราะด้วยสีสันของใบไม้ทั้งสีแสด สีสด สีเหลืองแล้ว แสงแดดอันอบอุ่นสบายตาที่สะท้อนลงมายังลงตัวสุดๆ เหมือนเป็นภาพวาดจากปลายพู่กันที่รังสรรค์มาจากจิตรกรชื่อดัง นับเป็นอุโมงค์ต้นไม้ที่มีทิวทัศน์สวยงามไม่แพ้ที่ไหนในโลกแน่นอน


  9.ถนน Rua de Carvalho Goncalo ประเทศบราซิล

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก play.kapook.com)

    ใครที่ผ่านมาแถวถนน Rua de Carvalho Goncalo ในบราซิลแล้วไม่รู้สึกเย็นสบายใจ นับว่าแปลกค่ะ เพราะถนนแห่งนี้นับว่าเป็นถนนที่ร่มรื่นที่สุดก็ว่าได้ เพราะต้นชิงชันที่ขนาบถนนอยู่ทั้งสองข้าง มีอายุกว่าพันปี สูงใหญ่ และให้ความร่มรื่นเป็นอย่างมาก
(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก play.kapook.com)
(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก play.kapook.com)

    ใครอยากมาสัมผัสความงามแบบนี้ ก็มาได้เลยนะคะที่ เมืองปอร์โต อาเลเกร ประเทศบราซิล นับเป็นจุดท่องเที่ยวหนึ่งที่ใครมาที่บราซิลแล้วต้องไม่พลาดเลยล่ะค่ะ
(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก travel.kapook.com)


 10. อุโมงค์ต้นเชอร์รี่ บลอสซัม ประเทศเยอรมนี

(ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก travel.kapook.com)

    อุโมงค์ต้นเชอร์รี่ บลอสซัม เรียกได้ว่าเดี๋ยวนี้ในหลายๆประเทศก็เริ่มมีกันแล้ว แต่ที่ตั้งอยู่อย่างงดงามน่าประทับใจเสมอต้องยกให้ที่เยอรมันค่ะ เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักกี่ปี ทุกฤดูใบไม้ผลิต้นเชอร์รี่ที่นี่จะบานสะพรั่งเต็มสองข้างทาง ทำให้บรรยากาศรอบข้างช่างดูโรแมนติกขึ้นมาทันที เห็นแบบนี้แล้วรีบพาคนพิเศษของคุณมาด้วยกันนะคะ ที่ถนนเฮียร์สแตรบ ประเทศเยอรมนีค่า


ตรงกับวันเข้าพรรษาพอดี เลยนำความรู้เกี่ยวกับวันเข้าพรรษามาฝาก

 การเข้าพรรษา เป็นพุทธบัญญัติ ซึ่งพระภิกษุทุกรูปจะต้องปฏิบัติตาม หมายถึง การอธิษฐานอยู่ประจำที่ไม่เที่ยวจาริกไปยังสถานที่ต่างๆ เว้นแต่มีกิจจำเป็นจริง ๆช่วงจำพรรษาจะอยู่ในช่วงฤดูฝนคือแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ถึง ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี ดังนั้น วันเข้าพรรษา หมายถึง วันที่พระภิกษุในพระพุทธศาสนาอธิษฐานอยู่ประจำในวัด หรือเสนาสนะที่คุ้มแดดคุ้มฝนได้แห่งหนึ่งไม่ไปค้างแรมในที่อื่น ตลอด ๓ เดือนในฤดูฝน


          วันเข้าพรรษา เป็นวันที่พระสงฆ์เริ่มอยู่จำพรรษาตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 8 จนถึงกลางเดือน 11 วันเข้าพรรษาที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตไว้มีอยู่ 2 วันคือ 

          - วันเข้าปุริมพรรษา คือวันเข้าพรรษาแรก ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ไปจนถึงวันเพ็ญกลางเดือน 11 
          - วันเข้าปัจฉิมพรรษา  คือวันเข้าพรรษาหลัง ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 9 ไปจนถึงวันเพ็ญเดือน 12 
เมื่อเข้าพรรษาแล้วหากภิกษุมีกิจธุระจำเป็น อันชอบด้วยพระวินัย พระพุทธเจ้าก็ทรงอนุญาตให้ไปได้ โดยมีข้อจำกัดว่าจะต้องกลับมายังสถานที่จำพรรษาเดิมภายใน 7 วัน ที่เรียกว่า สัตตาหกรณียะ ดังต่อไปนี้ 

            1.   เมื่อทายกทายิกา ปราถนาจะบำเพ็ญกุศล เมื่อมานิมนต์ก็ให้ไปเพื่อรักษาศรัทธาได้ 
            2.   ถ้าสงฆ์ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่งเกิดอธิกรณ์ขึ้น ก็ให้ไปเพื่อระงับอธิกรณ์ได้ 
            3.   ถ้าบิดา มารดา ญาติ พี่น้อง พระอุปัชฌาย์ อาจารย์ เป็นไข้ เมื่อทราบก็ให้ไปได้ 
            4.   พระวิหารในที่แห่งอื่นเกิดชำรุดเสียหาย ให้ไปหาสิ่งของเพื่อมาปฏิสังขรพระวิหารนั้นได้ 
            5.   เมื่อถูกสัตว์ร้ายรบกวน ถูกโจรปล้น พระวิหารถูกไฟไหม้ หรือถูกน้ำท่วม ก็ให้ไปจากที่นั้นได้ 
            6.   เมื่อชาวบ้านถูกโจรปล้น อพยพหนีไป ก็ให้ไปกับพวกชาวบ้านได้โดยให้ไปกับชาวบ้านที่มีความเลื่อมใสศรัทธา สามารถที่จะให้ความอุปถัมภ์ได้ 
            7.   เมื่อที่ใดเกิดความขาดแคลน อาหารหรือยารักษาโรค ขาดผู้อุปถัมภ์บำรุง ได้รับความลำบากก็อนุญาตให้ไปจากที่นั้นได้ 
            8.   ถ้าหากมีผู้เอาทรัพย์มาล่อ ก็อนุญาตให้ไปจากที่นั้นได้ 
            9.   หากภิกษุสงฆ์หรือภิกษุณีสงฆ์แตกกันหรือมีผู้พยายามจะให้แตกกัน ถ้าการไปจากที่นั้นสามารถระงับการแตกกันได้ ก็อนุญาตให้ไปได้
          ใน วันเข้าพรรษา ถือว่าเป็นกรณียกิจพิเศษสำหรับพระภิกษุสงฆ์ จะมีการประชุมกันในพระอุโบสถ ไหว้พระสวดมนต์ ขอขมาซึ่งกันและกัน เสร็จแล้วก็ประกอบพิธีเข้าพรรษา ภิกษุจะอธิษฐานใจตนเองว่า ตลอดฤดูกาลเข้าพรรษานี้ตนเองจะไม่ไปไหน ด้วยการเปล่งวาจาว่า

          อิมสฺมึ  อาวาเส  อิมํ  เตมาสํ  วสฺสํ  อุเปมิ    หรือ    อิมสฺมึ  วิหาเร  อิมํ  เตมาสํ  วสฺสํ  อุเปมิ แปลว่า  ข้าพเจ้าขออยู่จำพรรษาตลอด 3 เดือน ในอาวาสนี้ หรือในวิหารนี้  (ว่า 3 ครั้ง)  หลังจากเสร็จพิธีเข้าพรรษาแล้วก็นำดอกไม้ ธูป เทียน ไปนมัสการปูชนียวัตถุที่สำคัญในอาวาสนั้น  ในวันต่อมาก็นำดอกไม้ ธูป เทียน ไปขอขมาพระอุปัชฌาย์อาจารย์ และพระเถระที่ตนเคารพนับถือ

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สายฝน L'Eau de la Vi




ไมร่าขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์"สายฝน"ภาษาฝ­รั่งเศส"L'Eau de la Vie" จากคอนเสิร์ตเพลงพระราชนิพนธ์ในภาษาฝรั่งเ­ศส "A Tout Jamais" เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอ­ยู่หัวในวโรกาสการเฉลิม

ไมร่าขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์"สายฝน"ภาษาฝ­รั่งเศส"L'Eau de la Vie" จากคอนเสิร์ตเพลงพระราชนิพนธ์ในภาษาฝรั่งเ­ศส "A Tout Jamais" เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอ­ยู่หัวในวโรกาสการเฉลิม

The Door to Hell ประตูสู่นรก


  • ประตูนรก แห่งนี้มีชื่อในภาษา เติร์ก ว่า Derwaze แปลว่า ประตู
  • ประตูนรก ตั้งอยู่ในหมู่บ้านขนาดเล็กที่มีผู้อาศัยอยู่ประมาณ 350 ครอบครัว บริเวณตอนกลางของทะเลทรายคารากัม ( Kara-Kum desert ) ห่างจากเมืองอาชกาบัท(Ashgabat เมืองหลวง ของ ประเทศ เติร์กเมนิสถาน) 260 กิโลเมตร
  • ในบริเวณของ Derwaze เป็นที่รู้กันว่าเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาิติขนาดใหญ่ ของ เติร์กเมนิสถาน
  • ในปี 1971 ขณะนักธรณีวิทยากำลังใช้เครื่องเจาะสำรวจดินอยู่ กับ พบโพรงใต้ดินขนาดใหญ่ และพื้นดินก็เริ่มทรุดตัวลงไป จนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ มีความกว้าง 50 - 100 เมตร
  • บริเวณโดยหลุม มีก๊าซพิษ ไหลออกมาทำให้ผู้ปฏิบัติงานจึงตัดสินใจ จะจุดไฟเพื่อเผาก๊าซพิษเหล่านั้นให้หมด และคิดว่าก๊าซเหล่านั้นจะสลายหมดภายใน 2 - 3 วัน
  • แต่สิ่งที่ตัดสินใจนั้นผิดถนัดเนื่องจาก หลังจากวันแรกที่ไฟติด หลุมแห่งนี้ก็เปลี่ยนเป็น ประตูสู่นรก เนื่องจากไฟที่จุดขึ้น ยังลุกไหม้มากว่า 39 ปี (ณ ปี 2010) ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะมอดลง
  • ในเดือนเมษายน 2010 ประธานาธิปดี Gurbanguly Berdimuhamedow ของ เติร์กเมนิสถาน ได้ไปเยือนที่ ประตูนรก แห่งนี้และได้ตัดสินใจจะทำการดับเพลิงนี้ และพัฒนา พื้นที่บริเวณนี้เพื่อเป็น แหล่งก๊าซธรรมชาติ



วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

A nos actes manqués



ฟังไม่ออกหรอก แต่จังหวะสนุกดี :)

กาสโทรโนมิก มีล

       อาหารฝรั่งเศสได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นสิ่งที่พิเศษ จากผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหาร และผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารทั่วโลก ยิ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้คณะกรรมการยูเนสโก (องค์การสหประชาชาติศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม)ได้โหวตให้อาหารการกินของฝรั่งเศส(กาสโทรโนมิก มีล) เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ในบรรดา 47 วัฒนธรรม นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ด้านอาหารได้รับการพิจารณาให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2003 เป็นคู่ขนานกับมรดกโลก
    ขณะที่ได้รับข่าวดีใหม่นี้ ซึ่งเป็นเกียรติแก่ประเทศฝรั่งเศส เราเกรงว่าจะสร้างภาพลักษณ์ให้อาหารฝรั่งเศส มีความ พิเศษ หรู เหมาะสำหรับคนเฉพาะกลุ่ม มากกว่าที่จะเป็นสำหรับคนทั่วไป เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ต่อไปนี้เราจึงนำเสนอในด้านที่ถูกต้อง เหตุใดคณะกรรมการยูเนสโกจึงได้ลงมติเช่นนั้น
    ว่าด้วย เรื่องอาหารการกิน(กาสโทรโนมิก มีล) ยูเนสโก ได้หมายถึง จารีตประเพณีที่ได้ออกแบบมาของสังคม เพื่อ การเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของบุคคลและกลุ่ม ผ่านศิลปะการกินและการดื่ม ที่ดี ใช้เวลาร่วมกันและเสริมสร้างมิตรภาพ ระหว่างคอร์สอาหารที่หลากหลาย มื้อแห่งความสุข ตั้งแต่เสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนอาหาร, อาหารเรียกน้ำย่อย, อาหารจานหลัก, สลัด, ชีส, ขนมและไวน์ นั่นคือพิธีการรับประทานทั้งหมด ,ความลงตัวของอาหาร และไวน์ ลำดับการรับประทานอาหาร การจัดโต๊ะ การพูดคุย ซึ่งอาหารการกินแบบฝรั่งเศสนี้ เป็นสิ่งที่ยูเนสโก เล็งเห็นการอนุรักษ์เป็นมรดกทางวัฒนธรรม
ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น สำหรับเรา ที่อาศัย ในจังหวัดเชียงใหม่ มี ร้านอาหารฝรั่งเศส ที่ตกแต่งหรูหรา นี่คงเป็นสาเหตุ ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าอาหารฝรั่งเศสเข้าถึงยาก ซึ่งทั้งคุณมาร์โค จากร้าน Chez Marco และคุณ ชอง จาก La Terrasse แสดงแง่คิดอีกมุมมอง ดูจากเมนูของพวกเขา สนนว่ามีราคาที่ความเหมาะสมและบ่อยๆบางรายการยังถูกกว่าอาหารอิตาเลี่ยน อาหารฝรั่งเศสใครๆก็รับประทานได้ และเงิน ไม่ใช่ปัญหา
ในความเป็นจริง ร้านอาหารฝรั่งเศสก็ มีอาหารอื่นๆไว้บริการเหมือนร้านทั่วๆไปเช่น สเต็ก เมนูทะเล สลัด ฯลฯ อะไร คืออาหารฝรั่งเศสแท้ บริบทของการรับประทานอาหารอย่างที่องค์กรยูเนสโกชี้ให้เห็นก็คือ การผสมผสานของอาหารแต่ละจาน และเครื่องดื่ม คือจุดสำคัญ
         โดยทั่วไปจะเริ่มด้วย การดื่มเแอลกอฮอล์ก่อนอาหาร ตามด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยเช่นซุปผักและเนื้อสัตว์บด ปาเต (มีส่วนผสมของเนื้อ และไขมัน) หลังจากนั้นมาถึงอาหารจานหลักได้แก่ ปลาหรือเนื้อ หรือทั้งสองอย่างเสิร์ฟพร้อมสลัดผักเขียว อาหารจานหลักมีความหลากหลายและซับซ้อน ปรุงแต่ง โดยเชฟ สองเมนูที่คนนิยม คือ เบอฟฺ บัวร์กิงอน และ ค็อก โอ เวอน สตูว์เนื้อ และไก่ต้มในไวน์แดงส่วนเครื่องเคียงที่ต้องมีคือ มันฝรั่งบด หรือผัด และ ต้องเสิร์ฟขนมปังตลอด หลังจากอาหารจานหลักสิ่งที่ขาดไม่ได้คือชีส มีรายงานมาว่าฝรั่งเศสมีชีสมากกว่า 1000 ชนิด แต่ที่ได้รับความนิยม คือ คะมอมแบร์ อาจตามด้วยขนมหวาน ท้ายสุดนี้ ที่จะต้องกล่าวถึง เครืองดื่มที่คนฝรั่งเศสดื่มเวลารับประทานอาหาร คือน้ำเปล่า และไวน์เท่านั้น ไวน์ช่วยให้รับรู้รสชาดอาหารได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมีหลากหลายชนิด แต่เราสามารถเลือกดื่ม เฮาส์ไวน์ถือว่ารสชาดดีทีเดียว
เรื่อง ของอาหารฝรั่งเศสทั้งหมดที่ได้กล่าวมานี้ เราเกือบลืมสาธยายลักษณะอันโดดเด่นของการรับประทานอาหารฝรั่งเศส คงเป็นในเรื่องความโรแมนติก ซึ่งคุณอาจต้องเก็บไว้ในใจเพื่อเป็นทางเลือก ในการมองหาสถานที่รับประทานอาหารในวันวาเลนไทน์ที่ใกล้จะถึง