วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

 
อาหารต้องห้าม ขณะท้องว่าง

1.กล้วย เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วย ขณะท้องว่าง จะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไป เป็นการยับยั้ง การทำงานของหลอดเลือดหัวใจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อย่างยิ่ง



2.กระเทียม เพราะจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหาร ได้รับการกระตุ้นเกิด โรคกระเพาะอาหารอักเสบอย่างรุนแรง



3.ผัก การ รับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปรกติ นอกจากนั้น ยังไม่ควรอาบน้ำ และออกกำลังกายด้วยเช่นกัน เพราะการอาบน้ำและการออกกำลังกาย ในขณะที่ท้องว่าง จะทำให้เกิดอาการช็อก เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย



4.นมและนมถั่วเหลือง แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่จะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อกระเพาะอาหาร มีสารอาหารประเภทแป้งอยู่ด้วย



5.น้ำตาลหรืออาหารหวาน ไม่ควรรับประทานอาหารหวาน หรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ช็อกโกแลต เพราะหากรับประทานขณะท้องว่าง จะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิด
และลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต



6.ชา ที่แก่เกินไป ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อย ในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การทำงาน ของระบบย่อยอาหารลดลง และเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ มือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ



7.ลูกพลับ ไม่ ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดเกลือออกมามาก หากไปรวมตัวกับยาง และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้วจะทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร


ดื่ม "กาแฟ" ทุกวัน อาจช่วยทำให้ความจำดีขึ้น

 
ดื่ม "กาแฟ" ทุกวัน อาจช่วยทำให้ความจำดีขึ้น
หลายคนดื่มกาแฟแต่ เช้า เพราะรู้สึกว่าดื่มแล้วช่วยทำให้เราไม่ง่วงนอน ช่วยทำให้เรากระปรี้กระเปร่า อันเป็นผลมาจากคาเฟอีน แต่ผลการวิจัยล่าสุด พบว่าคาเฟอีนมีประโยชน์มากกว่าการไปกระตุ้นสมองให้ตื่น เพราะมันยังอาจจะสามารถช่วยเพิ่มความจำที่ดีขึ้นให้กับเราได้ด้วย

ผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ ในเว็บไซต์เนเจอร์ นูโรไซน์ซ เกี่ยวกับการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของคาเฟอีนต่อความทรงจำ โดยไม่รวมเอาปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อความทรงจำมารวมเข้าด้วย ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าคาเฟอีนมีผลช่วยกระตุ้นความทรงจำหลังการดื่มคาเฟอี นเข้าไปแล้วอย่างน้อย 24 ชั่วโมง


ดอกซากุระเมืองไทย หรือ พญาเสือโคร่ง ที่ปลูกเรียงรายภายในหน่วยจัดการต้นน้ำ หงาว-งาว ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นอีกจุดที่เป็นทางขึ้นไปยังภูชี้ฟ้า ผลิบานอวดดอกสีชมพูอย่างสวยงามพร้อมกันมากกว่า 5,000 ต้น จนกลายเป็นทุ่งดอกซากุระ หรืออุโมงค์ซากุระ ยาวเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร  สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว
เจ้าหน้าที่หน่วยจัดการต้นน้ำ บอกว่า ดอกซากุระเมืองไทยที่บานอยู่ในปีนี้ถือว่าเป็นช่วงออกดอกที่สวยงามเต็มต้น ซึ่งมีมากกว่าทุกปี หรืออาจถือได้ว่ามากที่สุดในรอบ 10 ปี เนื่องจากสภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเชียงรายปีนีหนาวเย็นจัด ซึ่งต้นซากุระที่หน่วยจัดการต้นน้ำแห่งนี้ถือว่ามีมากที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ ดอกซากุระที่ดอยผาตั้ง อำเภอเวียงแก่น ก็บานเต็มต้นเช่นกัน หากมองไกลลงไปในหุบเขาหรือแนวเขาก็จะเห็นดอกซากุระบานสวยงาม






9 เหตุผลลึก ๆ ที่ทำให้คุณกินจุได้อย่างไม่น่าเชื่อ !


ประโยชน์ 10 ประการของไข่

ไข่ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นอาหารหลักของคนทุกชนชั้นทุกชาติ จากประโยชน์ที่ไข่มอบให้กับร่างกายของคนเรานั่นเอง และต่อไปนี้คือ ประโยชน์ 10 ประการจากการบริโภคไข่ ซึ่งบางอย่างคุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

1. ไข่เป็นอาหารที่ดีสำหรับดวงตา ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า การรับประทานไข่วันละฟองอาจจะช่วยป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม ทั้งนี้เนื่องมาจากสารคาโรทีนอยด์ที่อยู่ในไข่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูทีน (lutein) และซีแซนทีน (zeaxanthin) ซึ่งเป็นสารที่พบบริเวณตา โดยฉาบอยู่บนผิวของเรตินา เพราะร่างกายจะได้รับสารอาหารทั้งสองอย่างนี้โดยตรงจากไข่มากกว่าอาหารชนิดอื่น

2. ไข่ทำให้เป็นต้อกระจกน้อยลง จากผลการวิจัยอีกชิ้นหนึ่งนักวิจัยยังพบว่า คนที่กินไข่ทุกวันมีความเสี่ยงที่จะเป็นต้อกระจกน้อยลง อันเนื่องมาจากลูทีนและซีแซนทีนในไข่ดังได้กล่าวมาแล้ว

3. ไข่อุดมไปด้วยโปรตีน โดย 1 ฟองจะมีโปรตีนคุณภาพดี 6 กรัม และกรดอะมิโนสำคัญอีก 9 ชนิด

4. ผลจากการทำวิจัยโดยมหาวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ดพบว่า ไม่มีความเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างการบริโภคไข่กับการเกิดโรคหัวใจ แถมยังมีผลการวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่พบว่า การบริโภคไข่เป็นประจำยังช่วยป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อน เส้นเลือดอุดตันในสมอง และภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

5. ไข่เป็นแหล่งโคลีนที่ดี โดยโคลีนอยู่ในกลุ่มของวิตามินบี จัดเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยในการควบคุมการทำงานของสมอง ระบบประสาท และระบบไหลเวียนของเลือด โดยไข่ 1 ฟองจะมีโคลีนมากถึง 300 ไมโครกรัม

6. ไขมันในไข่มีคุณภาพดี ไข่ 1 ฟองมีไขมันอยู่ 5 กรัม และมีเพียง 1.5 กรัมเท่านั้นที่เป็นไขมันชนิดอิ่มตัว

7. แม้ว่าออกจะขัดแย้งกับความเชื่อเดิมๆ แต่งานวิจัยชิ้นใหม่กลับพบว่า การบริโภคไข่แต่พอสมควรจะไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อปริมาณคอเลสเตอรอล มิหนำซ้ำยังมีการศึกษาพบเมื่อเร็วๆ นี้ว่า การบริโภคไข่วันละ 2 ฟองเป็นประจำวันไม่มีผลกระทบต่อระดับไขมันในร่างกาย มิหนำซ้ำอาจจะช่วยทำให้ไขมันดีขึ้น โดยผลการวิจัยกล่าวว่า ไขมันอิ่มตัวจะทำให้ระดับคอเรสเตอรอลเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าคอเลสเตอรอลที่อยู่ในอาหาร

8. กินไข่ได้วิตามินดี เพราะไข่เป็นอาหารเพียงชนิดเดียวที่เป็นแหล่งวิตามินดีตามธรรมชาติ

9. ไข่อาจจะช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม โดยผลการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้หญิงที่รับประทานไข่ 6 ฟองต่อสัปดาห์ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมลงร้อยละ 44

10. ไข่ทำให้เส้นผมและเล็บมีสุขภาพดี เพราะว่าไข่มีซัลเฟอร์สูง รวมถึงยังมีวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด หลายคนจึงพบว่าผมยาวเร็วขึ้นหลังจากที่เพิ่มไข่เข้าไปในอาหารที่รับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่เคยขาดอาหารที่มีซัลเฟอร์หรือวิตามินบี12 มาก่อน

การบริโภคไข่ให้เหมาะสม
แม้ว่าไข่จะมีคุณประโยชน์มากมาย แต่หลายคนก็ยังกังวล ฉะนั้นการกินไข่ในปริมาณที่เหมาะสมกับวัย ควบคู่กับการออกกำลังกายเป็นประจำจึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี โดยคนแต่ละวัยสามารถบริโภคไข่ได้ดังนี้

- เด็กอายุ 1 ปีจนถึงเด็กวัยเรียนสามารถบริโภคไข่ได้วันละ 1 ฟอง
- ผู้ใหญ่ที่มีภาวะร่างกายปกติสามารถบริโภคไข่ได้ 3-4 ฟองต่อสัปดาห์
- คนวัยทำงานสุขภาพดี สามารถบริโภคไข่ได้วันละ 1 ฟองทุกวัน ไม่เพิ่มคอเลสเตอรอลและไม่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
- กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ หรือโรคที่ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงสามารถบริโภคไข่เพียง 1 ฟองต่อสัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์


รอบรู้ปลอดภัยกับยาปฏิชีวนะ


วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ทุ่งดอกจาน

เลย-ทุ่งดอกจานเริ่มบานสะพรั่งแห่งเดียวในไทย

ดอกทองกวาวหรือดอกจานบานสะพรั่งเป็นทุ่งดอกไม้สีส้มสวยงามในช่วงหน้าแล้ง ที่โรงเรียนเลยอนุกูลวิทยา จังหวัดเลย แห่งเดียวในประเทศไทย

เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งในภาคอีสาน ยังคงมีความงามซ่อนอยู่ในสภาพของความแห้งแล้ง นั่นก็คือ ความสวยของดอกจาน หรือดอกทางกวาว ที่จะออกบานสะพรั่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ไปถึงต้นเดือนเมษายนของทุกปี แต่ที่โรงเรียนเลยอนุกูลวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดเลย ถือว่าเป็นทุ่งหรือโดมดอกจานเลยในโรงเรียนแห่งเดียวในประเทศไทย

นายสงวนวุฒิชัย ภาโนชิต ผู้อำนวยการโรงเรียนเลยอนุกูลวิทยา กล่าวว่า ต้นดอกจานที่โรงเรียนมีประมาณ 50-60 ต้น บนพื้นที่ 170 กว่าไร่ ตามพื้นที่ต่างของโรงเรียน โดยเฉพาะที่หน้าอาคารอำนวยการที่มีต้นจานหลายต้น ซึ่งช่วงนี้ไปจนถึงเดือนเมษายนต้นจานจะออกดอกสีส้มเต็มต้นไม่มีใบ มีแต่ดอกสีส้มอย่างเดียวให้เห็น 

สำหรับต้นจานที่โรงเรียนเลยอนุกูลนั้น นำมาปลูกครั้งแรกเมื่อครั้งก่อตั้งโรงเรียน หรือ ประมาณ 36 ปีที่แล้ว และในช่วง 1 สัปดาห์จากนี้ ต้นจานเกือบทุกต้นจะออกดอกบานสะพรั่งเต็มพื้นที่ ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามมาก และในช่วงกลางวันจะมีนักเรียนมานั่งอ่านหนังสือ และทำกิจกรรมยามว่างท่ามกลางดอกจานที่ร่วงหล่นลงมาใต้ต้นสีส้มเต็มพื้นดิน และทางโรงเรียนมีความเชื่อว่า หากปีไหนดอกจานบานเต็มต้นหรือมีมากและออกสีส้มเต็มไปหมดทั้งโรงเรียน ก็เสมือนว่าโรงเรียนนั้นมีความรุ่งเรืองมาก นักเรียนจะสามารถสอบเข้าไปศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยต่างๆได้จำนวนมาก